ปรัชญา

Friday, June 16, 2006

พฤติกรรมนิยม

ทฤษฎีการเรียนรู้พฤติกรรมนิยม (Behaviorist Theory)
ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ Ph.D.
*****************************************************
บทนำ (Introduction)
นิยามของพฤติกรรมนิยมและการประยุกต์ใช้เพื่อการเรียนรู้ : การเรียนรู้ในทัศนะของนักทฤษฎีพฤติกรรมนิยม หมายถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป และสังเกตได้

ก. สมมุติฐาน และความเชื่อของทฤษฎี
1. หลักการเรียนรู้สามารถประยุกต์ใช้ได้กับพฤติกรรมทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นสัตว์ชนิดใดก็ตาม
2. กระบวนการเรียนรู้สามารถศึกษาได้อย่างเป็นปรนัย (Objective) เมื่อศึกษาจากสิ่งเร้า (Stimuli) และการตอบสนอง (Response)
3. จะไม่นำกระบวนการทางปัญญาภายใน (Internal Cognitive) มาศึกษา
4. การเรียนรู้ดูจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเป็นหลัก
5. สิ่งมีชีวิตเกิดมาในสถานะว่างเปล่า
6. การเรียนรู้ส่วนมากเกิดจากเหตุการณ์ของสิ่งแวดล้อมเป็นเหตุ
7. ทฤษฎีที่มีประโยชน์สูงสุดนี้เผยแพร่ในวงการแคบๆ

ข. การนำหลักทฤษฎีพฤติกรรมนิยมไปใช้เพื่อการศึกษา เน้นการแสดงพฤติกรรม เช่น นักเรียนควรตอบสนองอย่างกระฉับกระเฉง มนุษย์มีแนวโน้มจะเรียนรู้มากที่สุด เมื่อพวกเขามีโอกาสเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การประเมินการเรียนรู้กระทำได้โดยวัดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เกิดขึ้น

ค. การฝึกและการปฏิบัติ (Drill and Practice) : การแสดงพฤติกรรมตามหลักสิ่งเร้า การตอบสนองมากๆจะทำให้เกิดพฤติกรรมถาวรยิ่งขึ้น

ง. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสามารถทำได้โดยการนำเสนอสิ่งเร้าจนกระทั่งผู้เรียนเหนื่อยล้าเกินกว่า จะตอบสนองในลักษณะพฤติกรรมธรรมดา วิธีการเช่นนี้อาจเรียกว่า “การทำให้อ่อนล้า” (Exhaustion Method) หรือการลดสิ่งเร้าลง ผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้ว่าไม่จำเป็นต้องแสดง
พฤติกรรมการตอบสนองตามปกติ เรียกวิธีเช่นนี้ว่า “วิธีการจำกัดขอบเขต” (Threshold Method) และวิธีสุดท้าย การนำเสนอสิ่งเร้าที่ไม่สอดคล้องเพื่อทำให้เกิดพฤติกรรมใหม่”

จ. การให้รางวัล : เน้นการให้รางวัลเพื่อการแสริมแรง (Reinforcement) เพื่อให้เกิดการเรียนรู้

ภารกิจ (Task)
ให้นักศึกษาอ่าน ศึกษาและเลือกประวัติของนักทฤษฎีพฤติกรรมนิยมจาก URLที่กำหนดเพื่อศึกษามโนทัศน์พื้นฐาน และองค์ประกอบสำคัญของทฤษฎีพฤติกรรมนิยม สารสนเทศโดยย่ออ่านได้จากขั้นตอน กรรมวิธี (Process) รวมทั้ง Web Resources และ Concept Maps ในขั้นแหล่งทรัพยากร (Resources) และตัวอย่างการเรียนรู้ (Learning Examples) และแบบตรวจเช็คเพื่อการสังเกตในการประเมิน (Evaluation) และการสรุปความ บรรณานุกรมในขั้นสรุป

กรรมวิธี (Process) : ประวัติ และทฤษฎีของนักพฤติกรรมนิยม
E.L.Thonndike
I.P.Pavlov
J.B.Watson
C.I.Hull
A.I.Gates
J.M.Stephens
E.R.Guthrie
W.K.Estes
B.F.Skinner
K.W.Spence
R.M.Gagne
A.Bandura


ก. องค์ประกอบ หลักการสำคัญ
Classical Conditioning Model
แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ (Resources)
พฤติกรรม ¨ URL

Operant Conditioning Mode
Concept Map
การเสริมแรง VS การลงโทษ
การเสริมแรง
รื่นรมย์ ไม่รื่นรมย์

นำเสนอหลังการตอบสนอง
ทางบวกเสริมแรง (การตอบสนองเพิ่ม)
ลงโทษ I(การตอบสนองลดลง)
ยกเลิกหลังการตอบสนอง
ลงโทษ (การตอบสนองลดลง)
การเสริมแรงทางลบ (การตอบสนองเพิ่ม)


Operant & Classical Conditioning
เงื่อนไขแบบคลาสสิก
เงื่อนไขแบบโอปะแร้นท์
เกิดเมื่อ¨ มีการเสนอสิ่งเร้าแบบคู่ (UCS) และแบบ CS
¨ การตอบสนอง (R) เกิดหลังจากมีการเสริมแรงสิ่งเร้า (S RF) การตอบสนอง¨ เป็นแบบไม่สมัครใจ : ถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้า
¨ เป็นแบบสมัครใจ : แสดงออกโดยสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ¨
โมเดล CS = > CR ¨ R = > S RF

การประเมิน (Evaluation)
ตัวอย่างการเรียนรู้ (นำเสนอตัวอย่างการเรียนรู้พฤติกรรมนิยมด้วยพุทธิพิสัยนิยม และทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม)
อาจารย์มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องมีความรู้ความสามารถในการเชื่อมต่อและใช้งานคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคกับเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ให้ได้ด้วยตนเอง ข้าพเจ้าจึงจัดการฝึกอบรมระยะสั้นๆ เกี่ยวกับวิธีการดังกล่าวให้แก่อาจารย์จำนวน 15 คน


แผนการสอน : บทนำและบริบทของบทเรียน
นำเสนอวัตถุประสงค์การเรียน :การใช้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุค และเครื่องฉายโปรเจคเตอร์เพื่อฉายภาพเพื่อการนำเสนอบนจอขนาดใหญ่สำหรับผู้เรียนรายกลุ่ม
ระบุชิ้นส่วน ผู้เรียนคุ้นเคยกับการใช้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุคอยู่แล้ว นำเสนอชิ้นส่วนใหม่ๆของเครื่องฉาย และวิธีเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคและวิธีเปิดเครื่องฉาย แสดงวิธีการใช้งานและส่วนควบคุมเครื่องฉายว่าใช้งานอย่างไร

แผนการสอน (ต่อ) : นำเสนอผู้เรียนด้วยแผนภาพ
นำเสนอแผนภาพชิ้นส่วนของเครื่องฉายภาพและวิธีการเชื่อมโยงกับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุค
สาธิตวิธีการใช้งานเครื่องฉายภาพ ทำการเชื่อมต่อสายระหว่างเครื่องฉายกับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุค เสียบสายไฟของเครื่องฉายภาพ เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคและเครื่องฉายภาพ สาธิตผู้เรียนว่าเครื่องฉายภาพกับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคมีการสื่อสารกันอย่างไร เพื่อนำเสนอภาพขนาดใหญ่บนจอสำหรับนักเรียนจำนวนมาก ขณะเดียวกันนำแผนภาพชิ้นส่วนของเครื่องฉายบนจอเพื่อเป็นการเสริมแรงอีกทางหนึ่ง
ให้ผู้เรียนสาธิตการใช้งานเครื่องฉายภาพ ให้ผู้เรียนเชื่อมต่อสายสัญญาณระหว่างเครื่องทั้งสองชนิด เสียบปลั๊กไฟฟ้าของเครื่องฉายภาพ เปิดเครื่องทั้งสองชนิด ผู้เรียนสาธิตว่าเครื่องทั้งสองชนิด “สื่อสาร” เพื่อนำเสนอภาพขนาดใหญ่บนจอสำหรับนักเรียนจำนวนมากได้อย่างไร
การแก้ข้อขัดข้อง
ทบทวนวิธีการสื่อสารของอุปกรณ์ทั้งสองชิ้น และวิธีการปรับภาพบนจอขนาดใหญ่ ในกรณีภาพไม่ปรากฏบนจอแบบอัตโนมัติ
ตอนจบ - สรุป
สร้างความมั่นใจว่าผู้เรียนสามารถเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ทั้งสองชนิดได้อย่างสบายใจ เสียบปลั๊ก และเปิดเครื่องให้ฉายภาพได้ พิจารณาว่าผู้เรียนต้องศึกษาจากแผนภาพอีกครั้งหนึ่งหรือไม่ ต้องสอนซ้ำในจุดใดบ้าง


ขั้นตอนการเรียนการสอน
การสอนเริ่มต้นจากผู้สอนบอกวัตถุประสงค์ของการใช้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุคและเครื่องฉายภาพเพื่อการนำเสนอ ผู้เรียนจะต้องเชื่อมต่อและใช้งานอุปกรณ์ทั้งสองชนิดได้ด้วยตนเอง ผู้เรียนเป็นอาจารย์ที่ต้องการเรียนรู้วิธีการนำเสนอที่ดีกว่าด้วยการใช้อุปกรณ์ดังกล่าว อันดับแรกผู้สอนแนะนำคอมพิวเตอร์โน๊ตบุค และวิธีการใช้งานและพอร์ตต่างๆ เช่น วิดีโอพอร์ต เพาเวอร์พอร์ต และยูเอสบีพอร์ต ซึ่งผู้เรียนส่วนมากคุ้นเคยอยู่แล้วเป็นอย่างดี ต่อมาแนะนำส่วนต่างๆ ของเครื่องฉายภาพ ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์กับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุค ผู้สอนทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งสองชนิดพร้อมเปิดสวิตซ์ ขั้นต่อมาผู้สอนให้ผู้เรียนลงมือเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งสองชนิด โดยให้คำแนะนำทีละขั้นตอน เมื่อผู้เรียนทำสำเร็จแต่ละขั้นตอน ผู้สอนจะกล่าวชมอย่างเหมาะสม เมื่ออุปกรณ์ทั้งสองเชื่อมโยงกันเสร็จแล้ว จะต้องเปิดไฟเพื่อตรวจสอบดูว่าการเชื่อมต่อถูกต้องหรือไม่ ผู้สอนจะมอบคู่มือการปฏิบัติงาน และผู้เรียนจะได้รับใบประกาศนียบัตรแสดงว่าได้รับการ ฝึกอบรมจนเสร็จสมบูรณ์


แบบสังเกตพฤติกรรม
การเรียนการสอนตามตัวอย่าง จะเกิดการเรียนรู้ตามหลักทฤษฎีการเรียนรู้เรียกว่าอะไร
1. จุดประสงค์การเรียนการสอนดังกล่าวคืออะไร
2. การเรียนการสอนนี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียนหรือไม่
3. ผู้สอนพยายามใช้รูปแบบในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียนอย่างไรบ้าง
4.ผู้สอนได้แสดงการเสริมแรงเมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือไม่
5 การเสริมแรงกระทำในขั้นตอนใด
6. การเสริมแรงกระทำบ่อยแค่ไหน
7. ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจที่เกิดจากผู้สอนชื่นชมการปฏิบัติของผู้เรียนหรือไม่
8. ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจที่เกิดจากความอิ่มใจจากภายใน (Intrinsic Reinforcement) จากการทำงานได้สำเร็จหรือไม่
9.ผู้เรียนจะมีแรงจูงใจต่อเนื่องอันเกิดจากความอิ่มใจในผลสำเร็จของงานหรือไม่

บทสรุป (Conclusion)
ทฤษฎีการเรียนการสอนและการเรียนรู้พฤติกรรมนิยม มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียนเป็นหลัก นักพฤติกรรมนิยมไม่วัดความเข้าใจเพราะเชื่อว่าความสามารถทางสมองวัดไม่ได้ พวกเขาเชื่อว่า พฤติกรรมต่างๆ สามารถเรียนรู้ได้โดยผ่านสิ่งเร้า (S : Stimulus) และการตอบสนอง (R : Response) หลายๆชุดการเรียนด้วยทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกเริ่มจากการวางสิ่งเร้าก่อนตามด้วยการตอบสนอง รูปแบบดังกล่าวสามารถทำซ้ำๆจนกว่าจะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ต้องการ นักทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบโอปะแร้นท์ เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องมีตัวเสริมแรง (Reinforcement) เข้ามาช่วย ตัวเสริมแรงมีหลายประเภทและช่วงเวลาการใช้งาน ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมแตกต่างกัน
ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบโอปะแร้นท์มีความเหมาะสมมากในการเรียนการสอน ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกมีลักษณะพื้นๆ เกินไป พ่อแม่อาจใช้ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบโอปะแร้นท์สอนลูก ครูใช้สอนนักเรียนมีการให้รางวัลและการเสริมแรงหลากหลายประเภท


******************************************************
บรรณานุกรม
http://suedstudent.syr.edu/~ebarrett/ide621/behavior.htm

0 Comments:

Post a Comment

<< Home