ปรัชญา

Saturday, June 17, 2006

สังคมนิยม

ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคม (Social Learning Theory)
ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ Ph.D.

***********************************************
บทนำ (Introduction)

นิยามของทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคมและการประยุกต์กับการเรียนรู้ :
การเรียนรู้ด้วยสังคมเน้นการเรียนรู้ที่เกิดจากบริบทการเข้าสังคม ทำการ ศึกษาว่ามนุษย์เรียนรู้จากกันและกันได้อย่างไร แนวคิดดังกล่าวรวมถึงการเรียนรู้ที่สังเกตได้ การเลียนแบบ และการเป็นแม่แบบ (Modeling) การเลียนแบบอาจพบเห็นในสัตว์หลายชนิด แต่ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคมสนใจเฉพาะการเรียนรู้ของมนุษย์ ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคมมีรากฐานมาจากทฤษฎีพฤติกรรมนิยม และคล้ายคลึงกับปัญญานิยม แต่ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคมขัดแย้งกับทฤษฎีทั้งสองตรงที่ทฤษฎีทั้งสองไม่มีการนำสิ่งแวดล้อมมาพิจารณาด้วย

หลักการทั่วไปของทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคม
1. มนุษย์สามารถเรียนรู้ได้จากการสังเกตพฤติกรรมและผลจากการแสดงพฤติกรรมนั้นๆของคนอื่น
2. การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
3. ผลที่เกิดจากการแสดงพฤติกรรมมีบทบาทต่อการเรียนรู้
4. ปัญญามีบทบาทต่อการเรียนรู้

การนำหลักทฤษฎีประยุกต์กับทฤษฎีการเรียนรู้
1. ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมหาศาลเพียงแต่สังเกตจากผู้อื่น
2. การพรรณาผลของพฤติกรรมสามารถเพิ่มความเหมาะสมของพฤติกรรมและลดส่วนที่ไม่เหมาะสมลง
3. การแสดงแบบเป็นทางเลือกในการสอนพฤติกรรมใหม่ๆ
4. พ่อแม่และครูจะต้องแสดงเป็นแบบอย่างพฤติกรรมที่เหมาะสม และระมัดระวังการเป็นแม่แบบไม่เหมาะสม
5. ครูควรนำรูปแบบหลากหลายให้นักเรียนได้เรียนรู้
6. นักเรียนจะต้องเชื่อว่าพวกเขามีความสามารถที่จะเรียนรู้ได้
7. ครูควรจะช่วยให้ผู้เรียนตั้งความหวังที่จะประสบผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการอย่างที่เป็นจริง
8. เทคนิคการควบคุมตนเองเป็นวิธีปรับปรุงพฤติกรรมที่ได้ผล

ภารกิจ (Task)
เพื่อให้เข้าใจทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคมดียิ่งขึ้น ให้นักศึกษาตรวจสอบประวัตินักคิด และทฤษฎีของการเรียนรู้ด้วยสังคม จากขั้นตอนกรรมวิธี (Process) ประกอบด้วย องค์ประกอบสำคัญ มโนทัศน์พื้นฐานในขั้นตอนแหล่งทรัพยากร (Resources) นักศึกษาสามารถศึกษาแหล่งทรัพยากรทางเว็บ แผนผังมโนทัศน์ และดูตัวอย่างบทเรียน (Learning Examples) และแบบสังเกตจากขั้นการประเมิน (Evaluation) และการสรุปพร้อมแหล่งอ้างอิงในขั้นการสรุป (Conclusion)

- Lev Vygotsky
http://web.sys.edu/~jbirkla/bb/s_people.htm
- Albert Bandura

กรรมวิธี (Process) :
ประวัตินักคิด ทฤษฎีและผลงาน
Albert Bandura แห่งมหาวิทยาลัย Stanford
Bandura ทำการวิจัยหลายเรื่องเกี่ยวกับการเรียนรู้ของมนุษย์ที่เกิดจากการสังเกต เขาทำการทดสอบว่าเด็กเรียนรู้พฤติกรรมความรุนแรงโดยการเลียนแบบจากการเป็นรูปแบบ (Modeling)
เขาพบว่าทัศนคติที่โหดร้ายของพ่อแม่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมรุนแรงของลูกมากกว่าการทำร้ายร่างกายโดยตรง
การศึกษาการกำหนดรู้ของมนุษย์เกี่ยวกับความสามารถของตนเองในการควบคุมสิ่งที่มนุษย์
รู้ว่าคุกคามตนเอง จะส่งผลกระทบต่อการปลดปล่อยฮอร์โมนเกี่ยวข้องกับความเครียดและฮอร์โมน
ส่งกระจายความรู้สึก (Neurotransmitters) เข้าไปในเส้นโลหิต ผลการค้นพบสรุปว่า มนุษย์สามารถควบคุมระดับของจิตผ่านความเชื่อมั่นในตนเอง
Bandura ได้พัฒนาทฤษฎีปัญญาด้วยสังคม (Social Cognitive Theory) ของการกระทำของมนุษย์ กล่าวว่า มนุษย์มีลักษณะของการจัดองคาพยพของตนเอง คิดเชิงรุก (Proactive) ประเมินตนเอง (Self – Reflecting) และการ ควบคุมตนเอง (Self – Regulating) ไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ตอบสนอง
ถูกจัดรูปร่างโดยการกระทำของสิ่งแวดล้อมหรือจากแรงขับที่ซ่อนอยู่ภายในตนเองเท่านั้น

องค์ประกอบสำคัญ/หลักการ
ก. สิ่งแวดล้อมมีส่วนเสริมแรงหรือลงโทษของการเป็นโมเดลได้อย่างไร
1. ผู้สังเกต (ผู้เรียน) ได้รับการเสริมแรงจากโมเดล
2. ผู้สังเกต (ผู้เรียน) ได้รับการเสริมแรงจากบุคคลที่สาม
3. พฤติกรรมเลียนแบบเองจะช่วยเสริมแรงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในตอนหลัง
4. พฤติกรรมของโมเดลจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้สังเกตโดยตรง
ข. การเสริมแรงและการลงโทษในทัศนะของการเรียนรู้ด้วยสังคมร่วมสมัย
1. การเสริมแรงและการลงโทษมีอิทธิพลต่อการแสดงพฤติกรรมของบุคคลที่ได้เรียนรู้มา
2. ความคาดหวังต่อการเสริมแรงมีอิทธิพลต่อกรรมวิธีทางปัญญา…

มโนทัศน์พื้นฐาน (Basic Concepts)

¨ การเป็นโมเดล เป็นต้นแบบ เป็นแบบอย่าง (Modeling)
Bandura เชื่อว่าพฤติกรรมหลายชนิดที่คนแสดงออก เป็นพฤติกรรมได้มาจากการสังเกต และการแสดงเป็นต้นแบบของคนอื่น
การเป็นโมเดลมี 3 ลักษณะคือ :
1. โมเดลมีชีวิต
บุคคลจริงๆ แสดงพฤติกรรมบางชนิด
2. โมเดลสัญลักษณ์
บุคคลหรือตัวละครแสดงในภาพยนตร์ โทรทัศน์ หนังสือ หรือสื่ออื่นๆ
3. การเรียนการสอนผ่านวัจนะพรรณาหลักความประพฤติโดยไม่มีตัวอย่างของมนุษย์จริงและสัญลักษณ์ใดๆ

¨ พฤติกรรมที่สามารถเรียนรู้ผ่านโมเดล
1. ความก้าวร้าว : ผลการศึกษาวิจัยพบว่าเด็กจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวยิ่งขึ้นเมื่อได้ดูโมเดลของความก้าวร้าวรุนแรง
2. หลักศีลธรรม : พฤติกรรมด้านศีลธรรม และจิตสำนึกด้านศีลธรรมหลากหลายได้รับอิทธิพลจากการสังเกตและการเป็นแบบอย่างที่ดี


¨ เงื่อนไขจำเป็นที่ส่งผลกระทบให้เกิดโมเดล
1. ความตั้งใจ
2. ความทรงจำ
3. การแสดงออกทางร่างกาย
4. แรงจูงใจ

¨ ผลกระทบของการเป็นโมเดลต่อพฤติกรรม
1. การเป็นโมเดลสอนพฤติกรรมใหม่ๆ
2. การเป็นโมเดลมีอิทธิพลต่อความถี่การแสดงพฤติกรรมที่เรียนรู้มาก่อน
3. การเป็นโมเดลอาจกระตุ้นพฤติกรรมต้องห้ามที่มีอยู่แล้ว
4. การเป็นโมเดลช่วยเพิ่มความถี่การแสดงพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกัน

¨ คุณลักษณะของโมเดลที่มีประสิทธิผล
1. โมเดลที่มีสมรรถภาพ
2. โมเดลที่มีอำนาจและบารมี
3. โมเดลที่แสดงพฤติกรรมก้ำกึ่งว่าเหมาะสม
4. พฤติกรรมของโมเดที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ของผู้สังเกต

แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ (Resources)
พฤติกรรม
พฤติกรรม ¨ URL

¨ ทฤษฎีของ Bandura

การแสดงสาเหตุย้อนกลับ
(Reciprocal Causation)

สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ Bandura (1989) เสนอว่าในทางกลับกันพฤติกรรมสามารถมีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อมและบุคคลได้เช่นกัน

P = Person , B = Behavior , E = Environment

Concept Map

การประเมิน (Evaluation)

ตัวอย่างการเรียนรู้ อธิบายด้วยทฤษฎีพฤติกรรมนิยมและปัญญานิยม
คณาจารย์มีความจำเป็นต้องใช้งานคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคและเครื่องฉายโปรเจคเตอร์เพื่อนำเสนอกับกลุ่มผู้เรียนอยู่เสมอ จึงมีความจำเป็นต้องทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์เพื่อการนำเสนอดังกล่าว
ผู้สอนต้องสอนให้คณาจารย์เชื่อมต่ออุปกรณ์ดังกล่าว
การฝึกอบรมช่วงสั้นๆ เพื่อสอนคณาจารย์ว่าจะเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งสองชนิดได้อย่างไร
ผู้สอนแจกคู่มือวิธีการใช้งานเพื่อเป็นแนวปฏิบัติตลอดการฝึกอบรม และนำไปใช้เป็นคู่มือหลังการฝึกอบรม

แผนการสอน :
บทนำและบริบทของบทเรียน
¨ นำเสนอวัตถุประสงค์การเรียน :
การใช้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุค และเครื่องฉายโปรเจคเตอร์เพื่อฉายภาพเพื่อการนำเสนอบนจอขนาดใหญ่สำหรับผู้เรียนรายกลุ่ม
ระบุชิ้นส่วน
¨ ผู้เรียนคุ้นเคยกับการใช้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุคอยู่แล้ว นำเสนอชิ้นส่วนใหม่ๆของเครื่องฉาย และวิธีเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคและวิธีเปิดเครื่องฉาย แสดงวิธีการใช้งานและส่วนควบคุมเครื่องฉายว่าใช้งานอย่างไร
แผนการสอน (ต่อ) :
นำเสนอผู้เรียนด้วยแผนภาพ
¨ นำเสนอแผนภาพชิ้นส่วนของเครื่องฉายภาพ และวิธีการเชื่อมโยงกับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุค
สาธิตวิธีการใช้งานเครื่องฉายภาพ
¨ ทำการเชื่อมต่อสายระหว่างเครื่องฉายกับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุค เสียบสายไฟของเครื่องฉายภาพ เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคและเครื่องฉายภาพ สาธิตผู้เรียนว่าเครื่องฉายภาพกับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคมีการสื่อสารกันอย่างไร เพื่อนำเสนอภาพขนาดใหญ่บนจอสำหรับนักเรียนจำนวนมาก ขณะเดียวกันนำแผนภาพชิ้นส่วนของเครื่องฉายบนจอเพื่อเป็นการเสริมแรงอีกทางหนึ่ง
ให้ผู้เรียนสาธิตการใช้งานเครื่องฉายภาพ
¨ ให้ผู้เรียนเชื่อมต่อสายสัญญาณระหว่างเครื่องทั้งสองชนิด เสียบปลั๊กไฟฟ้าของเครื่องฉายภาพ เปิดเครื่องทั้งสองชนิด ผู้เรียนสาธิตว่าเครื่องทั้งสองชนิด “สื่อสาร” เพื่อนำเสนอภาพขนาดใหญ่บนจอสำหรับนักเรียนจำนวนมากได้อย่างไร
การแก้ข้อขัดข้อง
¨ ทบทวนวิธีการสื่อสารของอุปกรณ์ทั้งสองชิ้น และวิธีการปรับภาพบนจอขนาดใหญ่ ในกรณีภาพไม่ปรากฏบนจอแบบอัตโนมัติ
ตอนจบ - สรุป
¨ สร้างความมั่นใจว่าผู้เรียนสามารถเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ทั้งสองชนิดได้อย่างสบายใจ เสียบปลั๊ก และเปิดเครื่องให้ฉายภาพได้ พิจารณาว่าผู้เรียนต้องศึกษาจากแผนภาพอีกครั้งหนึ่งหรือไม่ ต้องสอนซ้ำในจุดใดบ้าง

ขั้นตอนการเรียนการสอน
ผู้สอนเริ่มจากการบอกวัตถุประสงค์ของการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งสองชนิดเพื่อการนำเสนอ
ผู้เรียนเป็นคณาจารย์จึงมีแรงจูงใจในการเรียนเพื่อนำไปสู่การนำเสนอกับคนกลุ่มใหญ่ ผู้เรียนมีความต้องการแสดงออกให้เป็นที่ประทับใจกับผู้เข้าร่วมอบรม ผู้สอนเริ่มด้วยการแนะนำส่วนต่างๆ ของคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคและสายเชื่อมต่อ ซึ่งคณาจารย์คุ้นเคยกับการใช้งานเบื้องต้นอยู่แล้วอย่างดี ผู้สอนแนะนำพอร์ตจำเป็นที่ผู้เรียนรู้จักอยู่แล้ว เช่น วิดีโอพอร์ต พาวเวอร์พอร์ต และยูเอสบีพอร์ต จากนั้นอธิบายส่วนต่างๆของเครื่องฉายว่ามีความเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคอย่างไร ผู้สอนสาธิตการเชื่อมโยงอุปกรณ์ทั้งสองทีละขั้นตอน และเปิดเครื่องพร้อมกัน
ต่อมาผู้สอนให้ผู้เรียนเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งสองด้วยตนเอง โดยผู้สอนจะแสดงแบบให้ผู้เรียนทำตาม เมื่อการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสร็จสิ้นลงจะทำการเปิดไฟเพื่อเป็นการรับรองว่าการเชื่อมต่อถูกต้อง ผู้สอนอนุญาตให้ผู้เรียนนำคู่มือการปฏิบัติติดตัวไปอ้างอิงต่อไป

แบบสังเกตการเรียนรู้ด้วยสังคม
โปรดระบุว่าเหตุการณ์ในการเรียนการสอนดังตัวอย่างตามทฤษฎีของ Bandura
1. มีบุคคลจริงสาธิตพฤติกรรม/ทักษะเฉพาะหรือไม่
2. ผู้สอนได้ฝึกผู้เรียนตลอดกรรมวิธีการเรียนการสอนหรือไม่
3. ผู้เรียนได้รับการเสริมแรงจากผู้สอนหรือไม่
4. พฤติกรรมใหม่ที่ได้จากการเรียนรู้นำไปสู่แรงจูงใจของผู้เรียนเอง (แรงจูงใจส่วนบุคคล)
5. ผู้สอนได้ชี้แจงวัตถุประสงค์การเรียนชัดเจนหรือไม่
6. การแสดงแบบ (Modeling) รวมถึงการแสดงออกด้วยการปฏิบัติหรือไม่
7. การเรียนการสอนสร้างแรงจูงใจแก่ผู้เรียนด้วยหรือไม่
8. การเรียนการสอนได้สอนพฤติกรรมใหม่หรือไม่
9. สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ดังกล่าวส่งเสริมความทรงจำทักษะหรือพฤติกรรมที่เรียนรู้ไปแล้วหรือไม่ อย่างไร

บทสรุป (Conclusion)
สรุปความ
ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคม ศึกษาว่า มนุษย์ พฤติกรรม และสิ่งแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องซึ่งกันและกันอย่างไร ทฤษฎีนี้ปฏิเสธทฤษฎีพฤติกรรมนิยมและปัญญานิยม เพราะทฤษฎีทั้งสองไม่ได้นำสิ่งแวดล้อมมาพิจารณาด้วย ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคม เชื่อว่า การเรียนรู้ส่วนใหญ่เกิดจากการทำตามแบบของโมเดล
นักพฤติกรรมนิยมเชื่อว่า การเรียนรู้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่สังเกตได้โดยการเร้า และการตอบสนองหลายครั้ง สิ่งแวดล้อมไม่มีผลใดๆ ต่อการเร้าและการตอบสนองหรือการเรียนรู้เกิดขึ้น นักทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคมเชื่อว่า การเรียนรู้ไม่เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเท่านั้น ทั้งนี้ผู้เรียนจะได้รับอิทธิพลจากโมเดลทั้งแบบมีชีวิต แบบสัญลักษณ์ หรือแบบวัจนะ นักปัญญานิยม เชื่อว่า การเรียนรู้เกิดจาการการเปลี่ยนแปลงสภาวะในสมองที่อาจสังเกต
ไม่ได้ พวกเขาไม่เชื่อว่าสิ่งแวดล้อมไม่มีผลกระทบต่อการเรียนรู้ การเรียนรู้ด้วยปัญญาเกิดจากกรรมวิธีปรับรูปแบบและจัดองคาพยพของสารสนเทศ ผ่านการทำงานของความจำเปลี่ยนไปเป็นความทรงจำระยะยาว และนำมาใช้งานได้ในตอนหลัง นักทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคมเห็นต่างกับวิธีของปัญญานิยม ซึ่งนำความรู้มาใส่ในตัวผู้เรียน พวกเขาเชื่อว่าผู้เรียนแต่ละคน สามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ได้ต่างกันขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม เป็นภารกิจของโมเดลจะต้องส่งผ่านทักษะจำเป็น หรือความรู้ไปยังผู้เรียน

*************************************************
อ้างอิง
“ระดับแรงจูงใจ สภาวะของทัศนคติ และการกระทำของมนุษย์ตั้งอยู่บนฐานของความเชื่อมากกว่าสภาวะของควาเมป็นจริง”
Albert Bandura

“ถ้าข้าพเจ้าเชื่อว่าข้าพเจ้าทำได้ ข้าพเจ้าจะต้องหาวิธีทำให้ได้ แม้ว่า ณ จุดเริ่มต้นข้าพเจ้าอาจไม่มีอะไรเลย”
มหาตะมะคานธี

“หน้าที่ของมนุษย์คือการก้าวต่อไป โดยถือเสมือนว่าไม่มีข้อจำกัดด้านความสามารถใดๆในตัวเรา”
Tieilhard de Chardin

0 Comments:

Post a Comment

<< Home